เป็นโศลกที่บอกความในใจหลังจากที่พระเถราจารย์เหลียนฉือ ได้เข้ามาอยู่ภายใต้ร่มกาสาว
พัสต์ใหม่ๆ ท่านกล่าวว่า ชีวิตคฤหัสถ์ เหมือนปลาในร่างแห ที่อาลัยรักในบิดามารดา ติดยึดกับ
บ้านเกิดเมืองนอน ติดในบ่วงรัก ผูกพันญาติมิตร ผูกสมัครรักใคร่ในบ่วงแห่งโลกีย์มาสามสิบปี 
เพราะอาลัยรักจึงละวางไม่ได้ เมื่อละวางไม่ได้จึงเกิดทุกข์

          ผู้ชาญฉลาดจะไม่เสียเวลากับชีวิตเช่นนี้ เขาจะต้องพยายามค้นหาทางออก ตีให้ทะลุทะลวง
จนค้นพบหนทางชีวิต และฝ่าฟันไปสู่เป้าหมาย เขาจะหมั่นให้กำลังใจตนเองอยู่เสมอว่า
          "สิ่งที่ผ่านมาเหมือนวันวานที่ตายไป สิ่งที่จะมาในอนาคตเหมือนเกิดใหม่ในวันนี้"

          ต่อสู้กับตัวเราในวันนี้ กับตัวเราในวันวาน กำจัดความไม่รู้ ความมืดบอดกิเลสตัณหา ความ
ยึดมั่นในอัตตาตัวตนเมื่อวันวานให้หมดสิ้นไป ต้องเป็นตัวตนคนใหม่ในวันนี้

          ต้องสำนึกรู้ว่าวันนี้ใช่ วันวานไม่ใช่ ต้องตระหนักรู้ว่าเราผิดในวันวาน
          ตัวเราในวันนี้ สิ่งที่คิดที่ทำ ที่อยากได้ คือความถูกต้อง ถ้ามีความตระหนักรู้เช่นนี้ ก็จะเปลี่ยน
โฉมตัวเองใหม่่ สร้างสรรค์ตัวเอง พัฒนาตัวเอง ความก้าวหน้าก็ย่อมเกิดตามมาได้ทุกๆ วัน

          หาใช่เพียงเลิกคบแลเตือนตน พึงใจกระท่อมตนใต้ร่มไม้
          ณ บัดนี้ต้องวางทุกสิ่งลง ไม่ใช่เพียงแค่ลืมตัวเอง ต้องรวมถึงการไปมาหาสู่ของเพื่อนฝูง
ญาติมิตร สิ่งที่กายใจชื่นชอบ ความผูกพันยึดมั่นต่างๆ ละวางให้หมด ขณะเดียวกันก็ต้องยกระดับ
ตัวเอง ทำได้เช่นนี้ จึงจะถือว่าเป็นชีวิตที่ดีที่สุด เป็นชีวิตที่สมบูรณ์ที่สุด

          คนทั่วไปติดอยู่กับความหวงแหนอาลัยมากเกินไป ภาระกิจในแต่ละวันมากเกินไป จิตใจเรา
ต้องแบกภาระอันหนักอึ้งมากมายเหลือเกิน ไม่ว่าเรื่องของประเทศชาติ สังคม ครอบครัว สามี
ภรรยา บุตรธิดา ญาติสนิท เพื่อนฝูง มีเรื่องใดที่หัวอกหัวใจไม่ต้องแบกรับภาระไว้บ้าง สมมติว่า
วางลงได้หมดทุกอย่าง ไปสร้างกระต๊อบหลังคามุงจากสักหลัง ยามหน้าร้อนนั่งเล่นใต้ร่มไม้ เพียง
แค่นี้โลกทั้งโลกก็แสนรื่นรมย์สดชื่นใจแล้ว

          สรุปคือ เราต้องหาสถานที่สงบอย่างแท้จริง ต้องหาสิ่งแวดล้อมใหม่ เราต้องตกแต่งอุทยาน
ในใจเราให้สวยงาม และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับสิ่งแวดล้อมในชีวิตเรา ยกระดับคุณค่า
ชีวิตของเรา...