วาจาใดในโลกล้วนเชื่อถือไม่ได้ เซนจึงไม่ยึดวาทกรรม ความเป็นเซนต้องอยู่เหนืออักษร
หนังสือ แต่ชี้ตรงเข้าถึงจุดเดิมแท้จริง จึงจะบรรลุธรรม

         บนกระดาษสื่อบอกรักใกล้ชิด เล่นสำนวนพลิกลิ้นเป็นสิ่งใหม่
         ต่อให้ตัวหนังสือบนกระดาษ จะแสดงความใกล้ชิดสนิทสนม ยินดีกับเราเพียงใด ความหมาย
บนตัวอักษร ระหว่างบรรทัดแปลความเป็นอื่นได้เสมอ แต่ละคนก็มีการตีความแตกตางกันไป ความ
เห็นแตกต่างหรือเข้าใจผิดจึงเกิดขึ้นได้เสมอ

         พระอานนท์เถระ ได้สืบทอดบาตรจีวรของพระมหากัสสปะ เป็นพระสังฆปรินายกองค์ที่ ๒ มี
อายุยืนยาวถึง ๑๒๐ ปี

         วันหนึ่งมีสามเณรเดินท่องโศลกอยู่บนถนนเสียงดังว่า "ถ้าคนมีอายุร้อยปี ไม่เคยเห็นน้ำท่วม
หลังกระเรียน สู้เกิดเพียงวันเดียวแต่ได้เห็นจะดีกว่า"

        พระอานนท์ได้ยินดังนั้น จึงเรียกสามเณรนั้นมาแล้วกล่าวว่า "เณรน้อย โศลกของเจ้าท่องผิด
แล้ว ที่ถูกควรเป็นถ้ามีอายุถึง ๑๐๐ ปี แต่ไม่เข้าใจหลักธรรมของการเกิดดับ สู้เกิดเพียงวันเดียว
แล้วได้รู้แจ้งจะดีกว่า"
         เมื่อสามเณรได้ฟังดังนั้น เอาคำพูดของเถระกลับไปเล่าให้อาจารย์ของตนฟัง อาจารย์บอกว่า
"เจ้าอย่าไปเชื่อพระอานนท์ผู้ชราภาพ เพราะท่านเหมือนไม้ใกล้ฝั่ง ไม่เข้าใจพุทธธรรมอะไรแล้ว"

         พระอานนท์เถระ เห็นการเผยแผ่พุทธธรรมที่ย่ำแย่เช่นนี้ ให้รู้สึกสะท้อนใจกับการตีความผิดๆ 
ว่าตามอำเภอใจ
         
         ในสังคมคำกล่าวโกหก ถูกนำมาพูดซ้ำๆ เหมือนแผ่นเสียงตกร่อง นานไปก็กลายเป็นจริง
ขึ้นได้ คนเล่าลือผ่านปากต่อปาก ผ่านคนหลายๆ คน เรื่องก็เลยกลายเป็นไปไหนมาสามวาสอง
ศอก พลิกสำนวนตีความเล่นโวหาร ทำความจริงผิดเพี้ยนไป

         จำได้ว่าสมัยสงครามต่อต้านญี่ปุ่น เครื่องบินญี่ปุ่นทิ้งระเบิดนครฉงชิ่ง พอเสียงเตื่อนภัยดังขึ้น
คนถามว่า "เครื่องบินมากี่ลำ สักหนึ่งลำ คนฟังกลับฟังเป็น "สิบเอ็ดลำ" คนถามกันต่อๆ มา สุดท้าย
กลายเป็น "เก้าสิบเอ็ดลำ"

         ดูสิเครื่องบินลำเดียวผ่านการบอกต่อของคนสามคน สี่ปาก ส่งต่อกันไปกลับกลายเป็นเก้าสิบ
เอ็ดลำไปเสียนั่น น่ากลัวจริงๆ ปากคน...

         ดังนั้น ภาษาวาทกรรม ลาภลอย ไม่น่าเชื่อถือ ในพุทธศาสนาสอนว่าให้พิเ่งตัวเอง พึ่งพา
ธรรม อย่าพึ่งสิ่งแปลกปลอม อย่ายึดถืออักษรหนังสือเป็นเด็ดขาด ต้องอาศัยพุทธะะภาวะของ
ตนเองเท่านั้น....