ชีวิตเหมือนอยู่ในสนามศึก สุดแปลกยอดพิสดาร
         
         ดูพวกบรรดาพ่อค้าวานิชซิ เขาทำการค้ากันเหมือนศึกสงคราม เก่งกาจสามารถมาก นักเรียน
นักศึกษาลงสนามเหมือนสนามรบ ต้องต่อสู้ฟันฝ่า เพื่อให้สอบผ่านให้ได้คะแนนดีที่สุด

         คนเราเมื่ออยู่ในสังคม เพื่อให้ได้ประโยชน์ส่วนตน ใช้ยุทธวิธีการต่อสู้ทุกรูปแบบ ทั้งที่มืด
และที่แจ้ง ทิ่มแทงทำร้ายซึ่งกันและกัน โดยไม่ใส่ใจเรื่องคุณธรรม น่ากลัวกว่าสนามรบ หาก
ประมาทเลินเล่ออาจตกจากสนามชีวิต บาดเจ็บสาหัสเลือดตกยางออก

         ไม่ว่าจะเหนือใต้ออกตก ที่ไหนๆ ก็คือบ้าน ผู้ชำนาญการศึก ไปที่ใดไม่หวั่นเกรง รับมือได้
ทุกสถานการณ์ สุขได้ทุกที่ไม่สนใจเรื่องได้เสีย ปรับตัวเข้าได้ทุกสถานการณ์

        ให้ความสะดวก ให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลทุกแห่งที่ไป เขาย่อมได้รับผลบุญผลกุศลตอบสนอง
มีผู้อุปถัมภ์ค้ำจุน จึงกล่าวว่าทุกแห่งคือบ้าน

         ในจิตใจเราประกอบด้วยเมล็ดพันธุ์แห่งกุศลและอกุศลสลับซับซ้อน แฝงเร้นด้วยความได้เสีย
ผิดถูก เกียรติยศ อัปยศ ความทุกข์ ความสุข แรงกดดันมีมากเหลือเกิน ลองตรึกตรองให้ดี มนุษย์
นี่เก่งกล้าสามารถจริงๆ ตัวสูงโตเพียง ๖ ฟุตเท่านี้ ทุกๆ วันต้องแบ่งรับกับความกดดันจากการ
ปฏิสัมพันธ์ เงินทอง อำนาจบารมี ทั้งหมดเบ็ดเสร็จถาโถมเข้าหาตัวอยู่ตลอดเวลา

         ความทุกข์ทางกาย และทางใจจากการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ความรัก โลภ โกรธ หลง ตลอดจน
ความผิดหวังจากสังคม สารพัดทุกข์ ความรัก ความพลัดพราก หนีไม่พ้น อีกทั้งภัยพิบัติธรรมชาติ
วาตภัย อัคคีภัย ศึกสงคราม สับสนอลหม่าน กล่าวได้ว่ามนุษย์ต้องดิ้นรนอยู่ท่ามกลางความกดดัน
อยู่ทุกเมื่อเชื่อยาม

         สมมุติ ถ้าสามารถยกสิ่งต่างๆ มากมายเหล่านี้ออกไปได้ ไม่เอาอะไรมาใส่ไว้ในใจ จิตใจคง
ปลอดโปร่งโล่งสบายเหมือนพระอริยเมตตรัยโพธิสัตว์ ที่เก็บทุกสิ่งไม่ว่า ถูก ผิด ทุกข์ สุข ใส่เข้าไป
ในถุงย่ามโลกีย์ใบใหญ่

         เวลาที่เราก้าวเข้าไปในโบสถ์วิหาร เราต้องเอาตัวตนวางไว้ข้างนอก อย่าได้นำเข้าไปใน
อุโบสถ ความทุกข์อย่าเอาเข้าไปในห้องสมาธิ ถ้าทำได้เช่นนี้จิตใจของเราจะสงบ สะอาด หอม
บริสุทธิ์ดุจปทุมมาลย์...