กวีเอกนักอักษรศาสตร์ซูตงโพ แห่งราชวงศ์ซ่ง ประพันธ์คาถาโศลกนี้เพื่อพรรณนาถึงขุนเขา
หลู่ซันว่า ถ้ามองในแนวระนาบเห็นเป็นทิวเทือกเขากว้างใหญ่ เข้าใกล้เห็นเป็นเขาสูงชันตั้ง
ตระหง่าน ทิวทัศน์ที่มีความแตกต่าง อันเกิดจากมุมมองในระยะใกล้ไกล ปรากฏเป็นทัศนียภาพ
สูงๆ ต่ำๆ จึงไม่รู้รูปลักษณ์หน้าตาที่แท้จริงของหลู่ซัน เพราะมัวไปตกภวังค์อยู่ท่ามกลางหุบุเขา

          เปรียบเหมือนคนเราที่วันๆ มัวยุ่งวุ่นวายอยู่กับการทำงาน ดื่มกิน พักผ่อน นอนหลับ ทำงาน
ตัวเป็นเกลียว ส่วนประเด็นที่ว่าตนเองมาจากไหน ตายแล้วไปที่ใดกลับไม่รู้เรื่องเอาเสียเลย ไม่
สามารถยึดกุมที่สุดแห่งความจริงของชีวิตได้ เหมือนขี่ควายหาควาย น่าเวทนาจริงๆ 

          มีนิทานเรื่องหนึ่งเล่าว่า ชายคนหนึ่งมีวัว ๗ ตัว เขานั่งนับวัวอยู่บนหลังวัว นั่นยังไงก็ไม่ครบ
น้อยไปหนึ่งตัวทุกครั้งไม่แน่ใจ เลยลงจากหลังวัวนับใหม่อีกที เอ๊ะครบนี่ ๗ ตัวพอดี ไม่ขาดสักตัว
พอกลับขึ้นขี่หลังวัวนับใหม่ อ้าวทำไมขาดไปหนึ่งตัวอีกแล้ว เกิดอะไรขึ้น

          อย่างนี้เขาเรียก ลืมตัวเอง เฉกเช่นอยู่บนเขาหลู่ซัน แต่ไม่รู้หน้าอันแท้จริงของเขาหลู่ซัน ถ้า
เรารู้จักกระโดดออกจากที่ซึ่งจองจำพันธนาการกายใจเราอยู่ ใช้มุมมองของโลกทัศน์ เราจะ
สามารถมองเห็นหน้าตาตัวตนที่แท้จริงของตนเอง รู้จักความจริงของชีวิต

          ในอดีต มีสาวน้อยนางหนึ่งส่องกระจกดูหน้าตัวเอง เกิดความเข้าใจผิดชั่วขณะว่า ตายละ
คนในกระจกทำไมไม่มีศีรษะ เกิดจิตวิปลาศ วิ่งออกจากบ้านเที่ยวตามหาศีรษะตัวเอง พบเห็นใคร
ก็ร้องทักว่า "เอาหัวฉันคืนมาๆ"
          เที่ยวฉุดกระชากลากถูผู้อื่น เพื่อทวงเอาหัวตัวเอง ระหว่างทางไปพบกับภิกษุรูปหนึ่ง ก็เข้าไป
ทวงว่า "เอาหัวฉันคืนมา" พระท่านรู้อาการป่วยของเธอ จึงยกมือตบหน้าเธอไปหนึ่งฉาด สาวน้อย
ต่อว่า "ท่านตบโยมทำไม" "อาตมาตบโยมที่ไหน" "ในเมื่อหน้าอยู่บนหัวโยม แลัวทำไมยังมาถาม
หาหัวตัวเองกับอาตมาอีกเล่า" เพียงประโยคเดียว เตือนสติให้สาวน้อยตื่นจากภวังค์

          ในจิตใจคนเราทุกคนต่างมีขุมทรัพย์เก็บซ่อนอยู่ แต่ไม่รู้จักพยายามค้นหา ขวนขวายไขว่คว้า
ไม่รู้จักสืบเสาะขุดค้นขุมทรัพย์ภายในจิตใจตัวเอง ได้แต่เสาะแสวงหาธรรมจากภายนอกจิตใจ 
คาดหวังให้คนอื่นมาชี้แนะเกื้อกูล นาสองไร่ที่บ้านตัวไม่รู้จักไปไถหว่าน กลับไปรับจ้างคนอื่นที่มี
นาไร่เดียวค่าแรงน้อยนิด มีหรือจะเป็นกอบเป็นกำเท่ากับของตัวเอง ตั้งตนบนลำแข้งตัวเอง ช่วย
ตัวเองและช่วยผู้อื่น ภายนอกจิตใจไม่มีธรรมะ พุทธจิตทะเลธรรมอยู่ภายในจิตเรานี่เอง เราจึงควร
รู้จักตัวเองเป็นสำคัญ...