อย่านินทาว่าร้ายท่าน พูดไปพูดมาภัยเข้าตัว
          การคบหาสมาคมกับผู้อื่น สิ่งต้องห้าม คือการนินทาให้ร้าย ก่อให้การเกิดการเข้าใจผิด 
พุทธศาสนาสอนเราว่าจงทบทวนข้อผิดของตนเอง อย่าได้เที่ยววิจารณ์คนอื่นมากนัก การพูดจา
เพ้อเจ้อทำร้ายผู้อื่น ทำให้คนหวั่นไหว เป็นทุกข์เป็นบาปร้ายนัก

          เราต้องไม่เชื่อ ไม่ต้องบอก ไม่ฟัง ไม่พูด ต้องไม่กลัวเรื่องที่ไม่มีมูลความจริง แม้ว่าผู้พูดจะ
ล่ำลือก้นให้แซด แบบว่าฟ้าถล่มดินทลาย เราก็ไม่ต้องกลัว เพราะเหตุใดหรือ เพราะเท่ากับแกว่ง
ปากหาเสี้ยน พูดไปพูดมาภัยเข้าตัว คนที่สะอาดโปร่งใส การนินทากล่าวโทษทำร้ายเขาไม่ได้
แต่กลับเป็นการเผยให้เห็นความโง่เขลา และเล่ห์เพทุบายของผู้พูด

          เก็บลิ้นซ่อนปากให้มิดชิด เอกวิถีแห่งชีวิตภาวนา
          ที่ว่าปิดปากเก็บลิ้น คือให้เราไม่ส่อเสียดกล่าวร้าย ไม่บอกต่อ ไม่ฟัง ไม่ใส่ใจกับเรื่องไม่จริง
แต่ไม่ใช่ให้ปิดปากเหมือนคนเป็นใบ้ คนทั่วไปติดนิสัยชอบชมตนเอง ทำลายผู้อื่น ความดีมีแค่
หนึ่งคุยเป็นสิบ เอาความเลวชั่วของผู้อื่นเป็นสิบ เข้าทำนองเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น ยกตน
ข่มท่านย่อมเป็นที่รังเกียจ

          นินทาผู้อื่นให้น้อย วิจารณ์ผู้อื่นให้น้อยลง คือวิถีหลักของการปฏิบัติธรรม
          การสวดมนต์บริกรรมคาถาคัมภีร์ เป็นการปฏิบัติธรรม การดำเนินแนวทางพุทธธรรม เป็นการ
ปฏิบัติธรรมที่ยิ่งใหญ่กว่าถ้าสามารถยกย่องชมเชยผู้อื่น มองคนด้วยความเคารพให้คนปิติ ให้ความ
เคารพ ไม่ผูกใจเจ็บ ไม่มีจิตริษยาอาฆาต ปากกับใจตรงกัน เหล่านี้คือขั้นต้นของการปฏิบัติธรรมที่
วิเศษสุด

          ผู้ศึกษาธรรมจึงควรมีปฏิปทาดังนี้
          ๑. มีการอบรมบ่มเพาะจิตดุจฟ้าใสหลังเมฆฝน
          ๒. มีจิตใจที่กว้างดุจนภากาศ มหาสมุทร
          ๓. กิริยาสำรวจเคร่งครัด
          ๔. มีปิยะวาจาดั่งเสียงระฆังทอง

          ทำได้เช่นนี้ย่อมสามารถตัดขาดจากการนินทาว่าร้าย ความขุ่นข้องหมองใจ ความทุกข์ใจ
ต่างๆ ของชีวิตจะถูกขจัดสิ้น...