ไม่มีสิ่งใดคงอยู่ให้แคลงใจ
        เมื่อไม่มีวัตถุสิ่งของตั้งอยู่ ฝุ่นละอองจะเอาอะไรไปจับประเด็นจึงอยู่ที่ว่า คนเรามักจะสร้าง
ปัญหามารุมเร้ารบกวนจิตใจตัวเอง ดังโบราณท่านว่า ไม่มีปัญหา หาเหาใส่หัว ไม่มีทุกข์ ร้องหา
ทุกข์ใส่ตัว วันทั้งวันคอยแต่คิดเรื่องโน้นคิดเรื่องนี้ วิตกจริต วิจิกิจา ลังเลสงสัย ทำให้จิตใจที่
ปลอดโปร่งสงบสุข ต้องขุ่นมัว เหมือนเมฆหมอกดำทะมึนฝุ่นตะหลบ

        กลับไม่วายถูกสมาธิจูงให้หลง
        คนที่มีเซนอยู่ในใจ จะไม่เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับผู้อื่น ไม่ถือสาเอาความกับใคร ดูเหมือน
เป็นคนซื่อบื้อ เถรตรงความจริงนั่นแหละ สติปัญญาล้ำเลิศซ่อนอยู่ภายใน

        ในจิตใจนักปฏิบัติเซน จะปลอดโปร่งโล่งสบาย ไม่มีสิ่งใดในโลกสามารถตกตะกอน เกาะเกี่ยว
ค้างคาอยู่ในดวงจิตของเขาได้ เพราะความที่มองสรรพสิ่งเป็นเพียงปรากฎการณ์ ผ่านมาแล้วก็
ผ่านเลยไป

        แว่วว่าก้อนหินตอไม้แสดงธรรม
        มีคนถามว่าต้นไม้ใบหญ้ามีโพธิจิตไหม สามารถบรรลุธรรมได้ไหม อาจารย์เซนก็จะตอบ
คำถามด้วยไม้พลองเคาะกะโหลกแล้วตะคอกว่า "เจ้าจะไปใส่ใจทำไมกับเรื่องต้นไม้มีโพธิจิต
หรือไม่ ใบหญ้ามีภาวะจิตหรือไม่ ทำไมไม่ถามตัวเองละว่า ตัวเองจะบรรลุธรรมได้หรือเปล่า"

        ในพุทธศาสนากล่าวว่า สิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต ไม่ต่างกัน ไม่ว่าภูเขา แผ่นดิน ผืนน้ำ ต้นไม้
ใบหญ้า สิ่งไม่มีชีวิตเหล่านี้ก็มีโพธิจิต สามารถบรรลุธรรมได้ ความจริงพวกมันไม่สามารถบรรลุ
ธรรมได้ด้วยตนเองแต่เป็นการสะท้อนว่าตัวผู้ปฏิบัติเองได้บรรลุซึ่งโพธิจิตแล้วต่างหาก เมื่อตัวเอง
บรรลุธรรม แผ่นดิน ผืนน้ำ ภูเขา ต้นไม้ พลอยเปิดเผยโฉมหน้าตัวตนออกมา ด้วยอานิสงส์จากเรา
พาให้พวกมันบรรลุโพธิจิตไปด้วย สรรพสิ่งในจักรวาลไม่ได้ห่างไกลไปจากจิตเดิมแท้ของเรา เมื่อ
มันไม่ได้ไปไกลจากตัวเรา แล้วเราจะไปสนใจทำไมกับเรื่องที่ว่าต้นไม้ ใบหญ้า จะบรรลุโพธิจิต
ได้หรือไม่ แสดงธรรมเป็นหรือเปล่า

        หน้าชนกำแพงครุ่นคิดทุกเช้าค่ำ
        การหันหน้าเข้าหากำแพงเพ่งตรองตรึก มีตัวอย่างให้เห็นเป็นรูปธรรมแล้ว เช่นท่านฮุ่ยเหนิง
พระสงฆ์ปรินายกองค์ที่ ๖ แห่งนิกายเซน สมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ มีลูกศิษย์วัยเยาว์นามว่าสือโถว
ซือเซียน ถามท่านฮุ่ยเหนิงว่า "ท่านอาจารย์ ร้อยปีให้หลัง ข้าจะเป็นยังไง" ท่านตอบว่า "ไปหา
ความคิด" ศิษย์สือโถวซือเซียน เข้าใจว่าอาจารย์บอกให้เขาคิดตรึกตรองทุกๆ วัน นั่งฌานเข้า
สมาธิทุกๆ วัน เขาทำอยู่เช่นนี้ผ่านไปหลายปี จึงมีผุ้อาวุโสมาชี้แนะทางสว่างให้กับเขาว่า "ไปหา
ความคิด" หมายถึงให้เจ้าไปหาศิษย์พี่ของเจ้าที่ชื่อ อาจารย์เซนชิงหยวนสิงซือ แต่ไม่ใช่ให้เจ้า
นั่งหลับตาคิดเพ้อเจ้อไปเรื่อยเปื่อยเชนนี้

        ต่อมาเมื่อสือโถวซือเซียน เดินทางไปพบอาจารย์เซนชิงหยวนสิงซือ ในที่สุดจึงได้บรรลุ
ธรรม เพราะเขาได้พังทลายความคิดโง่เขลาของตนเองลงจนราบคาบ...