คาถาบทนี้มาจากคัมภีร์อวตังกสูตร เป็นการสรรเสริญพุทธคุณในพุทธศาสนา 
         เรานับถือพุทธะ ศรัทธาพุทธะ สักการะพุทธะ พุทธะมีคุณธรรมอะไร จึงทำให้เราเคารพศรัทธา
         สิ่งที่เราเคารพคือ เคารพพระพุทธคุณ พุทธพลานุภาพ ความเมตตากรุณา และปัญญาญาณ
ของพุทธศาสนา

         น้ำสมุทรดื่มกินมีวันหมด ชั่วขณะจิตคะเนนับได้
         ปริมาณน้ำในมหาสมุทร แม้จะมีมากมาย ต่อให้คุณเอามาดื่มกินกันจนหมดสิ้น ก็ยังไม่อาจ
หยั่งรู้ถึงพุทธภูมิได้
         หน่วยเวลาที่สั้นที่สุดที่มีบันทึกในคัมภีร์พระพุทธศาสนา คือ ขณิกะ ท่านว่า "วัยฉกรรจ์ดีดนิ้ว
ครั้งหนึ่ง ๖๓ ขณิกะ" หมายความว่า เพียงแค่การดีดนิ้วครั้งเดียวของหนุ่มสาว เวลาผ่านไปถึง ๖๓
ขณิกะ เห็นได้ว่า เวลาชั่วขณะนี้มันสั้นจริงๆ จิตของเราเกิดดับเกิดดับตลอดเวลา ไม่ได้หยุดแม้
ชั่วขณะเดียว ดูสิว่า แม้แต่การเกิดดับชั่วขณะจิตเรา ยังจับยามสามตานับมันออกมาได้ แต่ขอบเขต
แห่งพุทธภูมิเราก็ยังไม่อาจคาดคะเนได้อยู่ดี

         ความว่างวัดได้ สายลมจับผูกได้ พุทธภูมิ...มิอาจพรรณาได้สิ้น
         แม้ความว่างที่กว้างขวางสุดประมาณ ไร้รูปไร้นาม คุณอาจวัดขนาดของความว่างได้ จับต้อง
สายลมให้อยู่หมัดอยู่มือได้ ถึงกระนั้นคุณก็ยังไม่อาจคาดคะเนขอบเขตแห่งพุทธภูมิได้

         ความจริงข้ออุปมาที่ยกขึ้นมาเปรียบเทียบดังกล่าวข้างต้นนี้ เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

         น้ำในมหาสมุทรใครจะดื่มได้หมด เอาอะไรไปวัดขนาดของความว่าง แล้วยังจับลมผูกมัดไว้
ได้ด้วย ฟังเหมือนเกินจริง แต่ต้องการจะเปรียบเทียบให้เห็นว่า ถึงแม้สิ่งที่ว่ามาดังกล่าวเป็นไปได้
จริง ก็ยังมิอาจพรรณนาพุทธภาวะได้หมดสิ้นนั่นเอง

         พุทธภาวะกล่าวได้ไม่มีที่สิ้นสุด เพราะพุทธภาวะคือการไม่มีจำกัดแห่งการหลุดพ้น คือความ
เมตตากรุณา สติปัญญา ความแยบคาย การตั้งปณิธาน และคุณธรรมอันสุดประมาณ ทั้งนี้เพราะ
พุทธภูมิไม่มีพรมแดน ไร้ขอบเขตสุดประมาณ ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่อาจคาดคะเนได้

         ด้วยเหตุนี้ เราจึงเคารพพระพุทธองค์ ศรัทธาพระพุทธศาสนา สักการะพระพุทธเจ้า
         มนุษย์มีภาวะของมนุษย์ มีนิสัย ความคิด คุณธรรม เป็นต้น ชีวิตก็มีภาวะของชีวิต ขอเพียง
เราไม่ลุ่มหลงงมงายในโลกแห่งโลกีย์มากจนเกินไป ไม่ติดในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส มากเกินไป
แล้วล่ะก็ จิตย่อมจะค่อยสอดประสานเข้ากับภาวะแห่งพุทธะได้โดยธรรมชาติ...