เรื่องมีอยู่ว่า พระนิสิตรูปหนึ่งไปขอศึกษาเซนกับอาจารย์เซนฉงเนี่ยน แห่งเมืองจ้าวโจว ตั้ง
คำถามอาจารย์ว่า "จักรวาลนี้มีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และเสื่อมสลายไป ถ้าวันหนึ่งเกิดมีลมพันเอกเซน
น้ำท่วมทวิเซน ไฟไหม้ตรีเซน โลกดับสลาย กายเนื้อของเราจะยังคงอยู่หรือไม่?"
         อาจารย์เซนฉงเนี่ยนตอบว่า "ปล่อยเขาไป"

         หลังจากนั้นมา อาจารย์เซนฉงเนี่ยนรู้สึกไม่พึงพอใจ กับคำตอบของตัวเองเลย แต่ก็ไม่
สามารถหาคำอธิบายที่ดีกว่านี้ได้ จึงคิดจะออกท่องเที่ยวแสวงหาอาจารย์ จึงกลายเป็นนิทาน
โกอานปริศนาธรรมเล่าสืบทอดต่อกันมาว่า
                  เพียงประโยคปล่อยเขาไป          ทำให้ต้องท่องป่าเขาแสวงหา
         อาจารย์เซน จ้าวโจว วัยแปดสิบออกตามหา


         โศลกบทนี้มีความหมายว่า ท่านอาจารย์เซนแห่งเมืองจ้าวโจว แม้จะมีอายุ ๘๐ ปีแล้ว ยัง
ต้องการแสวงหาอาจารย์เพื่อศึกษาธรรม ทั้งนี้เพื่ออะไร?

         เพียงเพราะจิตไม่ถึงซาโตริ
         เพราะภายในจิตท่านยังไม่ชัดแจ้ง จึงไม่อาจละวางโดยที่ยังไม่อาจตอบคำถามที่ว่า ชีวิต
เกิดมาแต่ใด ตายแล้วไปที่ไหนรู้หรือไม่ ทั้งหมดของวันวานชัดเจนไหม บาปบุญคุณโทษของปีหน้า
เข้าใจไหม ความสุขทุกข์ เกิดแก่เจ็บตายในอนาคตเห็นชัดไหม หรือว่าแค่ตอบว่าไม่ชัดเจน 
ไม่เข้าใจ เสร็จแล้วก็ปล่อยเขาไปเช่นนั้นหรือ 

         บรรดาอาจารย์เซนในอดีต ตลอดชีวิตท่านจะใช้สติปัญญา ทุ่มเทพลังจิตพลังใจ ทั้งหมดไป
กับการขบคิดปริศนาธรรม เช่นว่า
         ก่อนที่พ่อแม่จะให้กำเนิดฉัน อะไรคือหน้าตา ตัวตนที่แท้จริงของฉัน
         อะไรคือความประสงค์ของบูรพาจารย์
         ผู้สวดมนต์ไหว้พระคือใคร?
         ความหมายของการดำเนินชีวิตเหล่านี้ต้องชัดเจน เมื่อเข้าใจชัดเจนถ่องแท้แล้ว จึงจะถือว่า
ค้นพบหน้าที่แท้จริงของตัวเองแล้ว จึงจะวางใจได้

         ดังนั้น อาจารย์เซนจ้าวโจว จึงต้องออกเดินเท้า เสาะแสวงหาอยู่หลายปี จนกระทั่งกลับมา
แบบมือเปล่าไม่ได้อะไร จึงได้รู้ว่าเสียเงินค่ารองเท้าฟางไปเปล่าๆ ปลี้ๆ เพราะชีวิตจริงๆ แล้ว อยู่
แค่คืบนี้เอง ไม่ต้องไปเสาะแสวงหาจากภายนอกให้เหนื่อยเปล่า เพียงแต่ต้องค้นหาตัวเองให้พบ
อะไรที่ไม่ชัดเจนให้กลับมาทำความชัดเจนที่ภายในตัวเอง ทุกสิ่งต้องเอาบ่าตัวเองเข้าแบกรับ 
จึงจะก้าวเข้าสู่พุทธิภาวะ หรือสภาวะแห่งโพธิจิตที่สดใสของชีวิตได้...