ในสังคมปัจจุบันนี้ คนบางคนชอบคอยสอดสายตาหาช่องผิดของนาย ก. บ้าง  หาข้อ
บกพร่องของนาย ข. บ้าง ชมคนนี้ดี คนนั้นเลว วิจารณ์คนอื่นไปทั่ว แต่ไม่รู้จักประเมินตนเอง 
มีปากตำหนิผู้อื่น ไม่มีปากว่าตัวเอง 

           จับกรรไกรไม้บรรทัดท่องเที่ยวไป

ช่างตัดเย็บเสื้อผ้าในมือถือกรรไกรไม้บรรทัด เที่ยววัดขนาดไปเรื่อย ช่วยตัดเย็บเสื้อผ้าให้
ผู้คน เหมือนด้ายไปเข็มมายุ่งเหยิงมิเว้นวัน 
แม้เราจะไม่ใช่ช่างตัดเสื้อ แต่ว่าในแต่ละวันก็ไม่วายที่จะคอยวิ่งเต้นในเรื่องความทุกข์ใจ
ของผู้อื่น การยุ่งวุ่นวายเช่นนี้ เป็นการวุ่นวายเพื่อเปรียบเทียบ เพื่อแบ่งแยก เพื่อตัวเอง เพื่อความ
เหนือกว่าไม่เป็นสิ่งสร้างสรรค์ที่ก่อประโยชน์อะไรขึ้นเลย ถ้าเราปฏิบัติตนเช่นที่พระพุทธองค์
ทรงตรัสสอน โดยการทำต่อผู้คนอย่างไม่แบ่งแยก ไม่มีอคติ ไม่คิดเล็กคิดน้อย ไม่รักไม่เกลียด 
เราจะสามารถมองเห็นหน้าตาตัวเองได้ชัดเจนยิ่งขึ้น 

          
จิตใจเมื่อมีความรักความเกลียดเกิดขึ้น เพราะความรักจึงอยากให้เขามีชีวิตอยู่ เพราะความ
รู้สึกเกลียด จึงอยากให้เขาตายไป  ความลำเอียงอคติถึงขนาดมองว่า “นอบน้อมข้า แจ้งเกิด  
ต่อต้านข้าตาย” 
  นี่เป็นสิ่งที่น่ากลัวนัก 

เทียบคืบนับศอกข้อผิดเขา ตัวเราผิดถูกวัดได้สักเท่าใด 
คนเราชอบดูข้อด้อยข้อเสียของผู้อื่น ประมาณความยากดีมีจนของผู้อื่น  วัดความสูงศักดิ์
ต่ำต้อยของผู้อื่น เทียบความสวยงามขี้เหร่ของผู้อื่น วัดโน่นวัดนี่ รักรวยเกลียดจน ประจบสอพลอ
สารพัด แต่ไม่รู้จักพิจารณาตนเอง สายตาทั้งคู่คอยสอดส่องแต่ผู้อื่น มองไม่เห็นตัวเอง 

           ตัวเราผิดถูกวัดได้สักเท่าใด ลองหมั่นถามตัวเองบ่อยๆ