ประตูแดงกำแพงสวยแต่สับสน
             บ้านหลังใหญ่ทาประตูสีแดงชาด กำแพงที่เพิ่งทาสีใหม่ ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านของเศรษฐี
มั่งคั่ง แต่อย่าคิดว่าพวกเขาจะอยู่อย่างสุขกายสบายใจนะ ความจริงพวกเขาไม่ได้สุขกายสบายใจ
อย่างที่เราคิด บางครั้งงานยุ่งเสียจนไม่มีเวลากินข้าว ยามนอนยังหลับไม่สนิท
             
            ในรั้วสูงตระกูลใหญ่ดุจภูผา
            เห็นคนมีสตางค์เขาสร้างกำแพงสูงลิ่ว น่าอิจฉาไหม? บ้านใหญ่ภายในรั้วสูงนั้น ต่าง
แก่งแย่งชิงดี อวดดีอวดเด่น นินทาว่าร้าย แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกัน เหมือนภูเขาสูงๆ ต่ำๆ เป็นอุปสรรค
ขวางกั้นไม่มีที่สิ้นสุด ชีวิตไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด

            อย่าว่าป่าเขาไร้ผู้บำเพ็ญพรต
            อย่าคิดว่าเขาสูงป่าลึกจะไม่มีนักพรตผู้ปลีกวิเวก พระท่านไม่อนาธรร้อนใจ เพราะจิตได้
ปล่อยวางแล้วทุกอย่าง

            แม้นจิตว่างทุกแห่งล้วนสงบ
            คนที่บำเพ็ญจนถึงขึ้นจิตว่าง ไม่ใช่ว่าเป็นคนไม่มีจิตใจ แต่เป็นการไม่คิดเล็กคิดน้อย ไม่
วิตกจริต ไม่มีกิเลสตัณหาต่างหาก ดังที่พระอาจารย์เซนอู๋เหมินกล่าวว่า
            "ร้อยบุปผาพระจันทร์เด่นใบไม้ผลิแล้วร่วงโรย
             ลมคิมหันต์โชยหิมะพราวคราวเหมันต์
             แม้นไม่มีสิ่งไร้สาระเกาะเกี่ยวจิต
             นับเป็นช่วงเวลาดีแห่งชีวิต"

             ทุกแห่งล้วนสงบ สุขได้ในทุกที่
             มนุษย์สามารถปล่อยวางได้จริงหรือ?
             คนบางคนยุ่งได้ทั้งวัน ว่างไม่ได้ พอว่างแล้วรู้สึกไม่สบายใจ คนบางคนว่างได้ยุ่งไม่ได้
เวลาว่างแล้วรู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจ เวลามีเรื่องขึ้นมาแล้วรับไม่ได้ ทั้งหมดนี้เป็นการแสดงออก
ที่เบี่ยงเบนสุดขั้ว ตกขอบทั้งสิ้น

            คนเราต้องทำตัวเป็นคนว่างก็ได้ ยุ่งก็ได้ เช้าได้เย็นได้ อิ่มได้หิวได้ ใหญ่ได้เล็กได้ เดินหน้า
ได้ ถอยหลังได้ มีก็ได้ไม่มีก็ได้ ทุกข์ได้สุขได้ ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ ถ้าทำได้เช่นนี้จึงจะเรียกว่า
จิตว่าง เมื่อจิตว่างต่อสรรพสิ่ง ยังจะกลัวอะไรว่าจะถูกสรรพสิ่งจอมปลอมรุมล้อม

            ในโลกใบนี้ ไม่ว่าเกียรติยศชื่อเสียงเงินทองก็ดี การทำงานเพื่อสังคมก็ดี สิ่งสำคัญก็คือต้อง
เป็นคนที่ตัวไม่ว่างแต่จิตว่าง การที่จิตว่างไม่ได้หมายความว่าไม่มีใจ แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่ไม่ยึดติด
ต่างหาก...