พระปู้ต้าย หรือพระย่ามใหญ่ ที่เรารู้จักในภาพพระอ้วนพุงพลุ้ยแบกถุงย่ามในสมัยราชวงศ์ถัง
ปัจจุบันเชื่อกันว่าท่านคือ พระศรีอารยเมตตรัยแปลงกายมา ท่านมักจาริกท่องเที่ยวไปทั่ว เห็นผู้คน
ดำเนินชีวิตอย่างมืดบอด สับสนวุ่นวายไร้ทิศทาง บ้างก็ยุ่งอยู่กับการดำเนินชีวิต บ้างก็ยุ่งเพื่อลูก
หลาน บ้างก็เพื่อหน้าที่การงาน มีไม่น้อยที่เหน็ดเหนื่อยเพื่ออุดมการณ์ เพื่อความเมตตากรุณา 

          เมื่อเรายืนอยู่หน้าสถานีรถไฟ มองเห็นผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมา ส่วนใหญ่ยุ่งกับลาภยศ
ชื่อเสียง น้อยนักที่จผะทำเพื่อผู้อื่น เพื่อส่วนรวม

          ล่าลาภ แสวงยศ เหน็ดเหนื่อยเปล่า
          แต่ละคน ถ้าไม่หย่อนเบ็ดเพื่อตกลาภยศชื่อเสียง แล้วก็เป็นพวกหมกหมุ่นในทรัพย์สมบัติ
ความจริงไม่ว่าจะทำเพื่อชื่อเสียงก็ดี ทั้งหมดไม่ต่างอะไรกับผึ้งน้อยที่สาละวนอยู่กับการเก็บเกสร
ดอกไม้ ที่สุดก็เสียงแรงเปล่า

          คนเราถ้าคิดถึงแต่การแสวงหาชื่อเสียง ผลประโยชน์ ก็ยังพอทำเนา กลัวแต่ว่าพอแสวงหา
ชื่อเสียง ไปๆ มา ๆ ผลประโยชน์ล่อใจ ลืมบุญคุณ ความละโมบบดบังจิตใจ ถึงกับทำร้ายผู้อื่น
ทุกวิถีทาง เพืยงเพื่อให้ได้มาซึ่งลาภยศ เงินทอง บาปกรรมแท้

          ลาภยศ ชื่อเสียง หลุมพราง กับดักคน
          ถ้าไม่ระมัดระวัง พลัดตกลงในหลุมพรางของลาภยศ ชื่อเสียง ก็หมดทางฉุดรั้ง 
          คนไม่น้อยที่เวลาไม่มีเงิน จะก้มหน้าก้มตาแสวงหา ไล่ล่าเงินทอง ทุ่มเทเวลาตั้งเท่าไร
เหน็ดเหนื่อยเข็ญใจกี่มากน้อย พอรวยแล้วถูกสมบัติทำร้ายก็มีไม่น้อย เวลาไม่มีชื่อเสียงขวนขวาย
ดิ้นรน พอประสบความสำเร็จมีชื่อเสียง สิ่งที่ได้มาด้วยคือความทุกข์ ความผูกมัด ไม่อิสระ เหมือน
ภูเขาหนักอก 

          ฉะนั้น คนที่ถือศีลปฏิบัติธรรม แม้ว่าจะไม่สามารถละทิ้งลาภยศได้เสียทีเดียว อย่างน้อยก็
ควรลดความเข้มขนลงบ้าง ดังเช่น ดร.ซุนยัดเซ็น ผู้นำการเปลี่ยนการปกครองของจี เคยกล่าวว่า
          "ต้องการทำงานใหญ่ ไม่ต้องการเป็นใหญ่"
           คือความควรทำอะไรให้แก่ปวงชนให้แก่สังคมมากหน่อย
         
          ควร เร่งพิจาณาตัวตน ก่อนกำเนิด จิตวิญญาณคือราชาแห่งสำนึก
          สิ่งคำคัญคือต้องรู้จักตัวเอง ต้องรู้ว่าก่อนที่พ่อแม่จะให้กำเนิดเรามานั้น หน้าตาที่แท้จริง
ของเราเป็นเช่นไร ต้องทำความเข้าใจตัวตนที่อยู่ภายในจิตใจเราเสียก่อน จีงจะเป็นผู้รู้ผู้ตื่นที่
น่าเคารพ