ในการทำงานรู้จักผู้คน บางครั้งเราอาจเจอเพื่อนที่มีอุดมคติ มีความคิดเห็นเหมือนกัน 
บางครั้งเราก็อาจเจอคู่อริที่โกรธเกลียดขัดแย้งได้เช่นกัน

         พบมิตรรู้ใจถ้อยทีถ้อยอาศัย
         แต่ต่อให้เพื่อนสนิทกันแค่ไหน ก็ควรมีขอบเขตของการคบหา เช่นการเคารพให้เกียรติใน
มิตรภาพ เงินทองไม่ใช้ร่วมกัน แม้คำว่าเพื่อนมีความหมายแฝงเรื่องทรัพย์สินเงินทอง การ
ช่วยเหลือเกื้อกูลกันก็ตาม แต่ถ้าเมื่อใดมีเรื่องผลได้ผลเสียเข้ามาข้องเกี่ยว เกิดผิดพลาดพลั้งเผลอ
เงินๆ ทองๆ ก็อาจเป็นเชื้อไฟให้เกิดเพลิงแค้นขึ้นได้ มิตรภาพที่สั่งสมกันมาหลายสิบปี อาจดับมอด
ชั่วข้ามคืน เพียงเพราะก้าวล่วงขีดความเป็นเพื่อน เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย

         เจอศัตรูคู่อริเสวนาปราศัย
         ถ้าเจอศัตรูคู่อริ ก็ไม่ควรถือสาหาความ จนเกินไป อย่าแข็งขึนผู้อื่นให้คล้อยตามตัว ต้องมี
มารยาทของการยอมรับในทัศนะที่เห็นต่าง คู่อริคือบททดสอบความอดทน สร้างสมบารมี กระตุ้น
ให้เรากล้าแกร่งขึ้น ฉะนั้นคนที่มีความสามารถจริง จะเป็นคนที่ทำเรื่องที่ทำได้ยาก คบคนที่คบได้
ยาก

         อดกลั้นและยอมรับคำลบหลู่ เปิดใจกว้างสุดแต่เขาปรารถนา
         ดีที่สุดคือ ต้องฝึกเป็นคนมีตบะ ใจกว้าง อดทน อดกลั้น เปิดใจยอมรับได้ทุกสถานการณ์
ทุกสถานะภาพ 
         พระเถระแห่งวัดหานซัน เคยถามอาจารย์เซนเส่อเต๋อว่า "ถ้ามีคนลบหลู่ข้า ด่าข้า รังแกข้า
ให้ร้ายข้า หัวเราะเยาะข้า ดูหมิ่นข้า รังเกียจข้า หลอกลวงข้า โกรธเกลียดข้า ข้าควรจะทำเช่นไร"

         อาจารย์เซนเส่อเต๋อตอบว่า "เจ้าจงอดทน อดกลั้น ปล่อยเขา ยอมถอยให้ ไม่สนใจเขาสัก
ไม่กี่ปี ดูสิว่าเขาจะทำยังไง"

         การคบค้าสมาคมกับผู้คน เราไม่ควรคิดเล็กคิดน้อย ถือสาเอาความ อย่าถึงกับเกลียดแค้น
เป็นศัตรูกันด้วยเรืองผลประโยชน์ ผลได้ผลเสีย ถึงขนาดญาติสนิทต้องกลับกลายเป็นคนแปลกหน้า
ถ้าอยากให้โลกนี้สงบสุข ไม่วุ่นวาย ทางที่ดีต่างฝ่ายต่างต้องเปิดใจกว้างหน่อย ยอมถอยให้กัน
คนละก้าว ดังภาษิตจีนที่ว่า 

          "อดกลั้นชั่วอึดใจ คลื่นลมสงบ ถอยหนึ่งก้าวยั้งคิด แผ่นฟ้ามหาสมุทรสุดไพศาล"