อาจารย์เซนหยวนเจ๋อ กับบัณฑิตหลี่หยวนเป็นเพื่อนสนิทกัน ทั้งสองนัดแนะกันออกท่องเที่ยว
อาจารย์เซนหยวนเจ๋อ อยากไปทางภูเขา แต่หลี่หยวนอยากไปทางน้ำ หยวนเจ๋อทอดถอนใจว่า
"วัฏฏสงสารเวียนว่ายตายเกิด แข็งขืนฝืนกันไม่ได้จริงๆ" ทำนจึงจำต้องเลือกไปทางน้ำ

         ระหว่างทางเห็นสตรีท้องแก่ใกล้คลอด นั่งซักผ้าอยู่ริมแม่น้ำ หยวนเจ๋อเห็นดังนั้น รู้ว่าชะตา
ฟ้าลิขิตดิ้นไม่หลุดเสียแล้ว เพราะสตรีนางนี้เธอตั้งครรภ์มาหลายปีแล้ว รอคอยแต่วิญญาณ
หยวนเจ๋อมาจุติในครรภ์เธอ หยวนเจ๋อจึงกล่าวกับหลี่หยวนว่า "กรรมลิขิตเป็นดังนี้ อาตมาต้อง
ไปเกิดใหม่แล้ว ไม่สามารถท่องเที่ยวไปกับท่านได้แล้ว อีก ๑๓ ปีให้หลัง หวังว่าจะมีบุญวาสนา
ได้พบกันอีกที่หน้าวัดเทียนจู้ในนครหังโจว"

         หลังจากสตรีท้องแก่ที่ซักผ้าริมน้ำกลับถึงบ้าน ก็ให้กำเนิดเด็กทารกคนหนึ่ง เวลา ๑๓ ปี
ผ่านไปในพริบตา หลี่หยวนมาที่หน้าวัดเทียนจู้ตามที่นัดหมาย เห็นเต็กเลี้ยงวัวคนหนึ่งนั่งบนหลัง
วัวขับร้องว่า
         
                  ภพหน้าภูมิหลังเร่งรีบนัก           อยากฟื้นความหลังใจจะขาด
                  เที่ยวหาทั่วแคว้นแดนอู๋เยว่        อยากกลับภูผา บึงน้ำที่เคยคุ้น

         เมื่อหลี่หยวนได้ยินดังนั้น ก็รู้ได้ทันทีว่าเด็กเลี้ยงวัวคนนั้น คือหยวนเจ๋อเพื่อนสนิทของตน
ในอดีตที่กลับชาติมาเกิดนั่นเอง

         โศลกบทนี้ต้องการอธิบายว่าโพธิจิตนั้นไม่แปรเปลี่ยน มนุษย์เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภูมิ ๕
คติ ๖ คือความจริงแท้แน่นอน
         
         ณ หินสามภพ พบพานสัญญานเก่า      เคยด้นโศลกชมจันทร์มาเก่าก่อน
         อย่าคิดว่าป่วยไข้แก่ตายจากกันไปแล้ว ทุกสิ่งจะสูญสลายตามไปด้วย มนุษย์ไม่มีวันตาย
ความตายคือการเกิดใหม่ การเกิดคือการกลับมาตายอีก การเกิดและการตายคือทูอินวัน ถ้าเรา
มีความเชื่อมั่นในชีวิต ไม่ว่าจะหมุนเวียนไปในภูมิ ๕ หรือคติ ๖ ไม่ว่าจะเป็นนรกหรือสวรรค์ เป็น
เปรต อสูร เดรัจฉาน เทวดาหรือมนุษย์ ขอเพียงให้รู้จักหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งบุญกุศล ย่อมจะได้
กลับมาเกิดในภพภูมิที่ดีงามเสมอ...