คนเราควรรู้จักประมาณตน อย่าเรียกร้องขวนขวายเกินตัว 
          จงตั้งใจหว่านไถ ไม่ต้องนึกถึงผลเก็บเกี่ยว เมื่อลงแรงแข็งขัน ถึงเวลาผลย่อมสุกงอม

          "เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือเมฆยังมีเทวดา เทพเทวดาก็มาจากปุถุชน กลัวแต่จิตตนไม่มั่นคง"
          ประโยคนี้เป็นคำอธิบายความหมายของโศลกข้างต้นนี้ได้คลอบคลุมดีทีเดียว

          เทพจุติตามบุญทำและกรรมแต่ง หาใช่เป็นเซียนได้ดังใจหมาย
          การจะเป็นเทวดาได้ เขาต้องสั่งสมบุญบารมีมามาก คนเราถ้าบุญวาสนาครบองค์เมื่อใด 
อย่าว่าแต่อยากได้ทรัพย์สินเงินทอง อยากเป็นผู้รู้มีคุณธรรมเลย แม้แต่การรู้แจ้งเห็นธรรมก็เป็นไป
โดยอัตโนมัติ ในโลกนี้ไม่มีใครเป็นอมิตาภะตั้งแต่เกิด ไม่มีใครรู้แจ้งในธรรมโดยบังเอิญ และก็ไม่มี
อะไรที่ได้มาโดยไม่ต้องลงแรง หนุ่มสาวยุคใหม่ไม่ค่อยอยากต่อสู้ดิ้นรน ไม่ยอมอาบเหงื่อต่างน้ำ
แต่อยากรวยแบบฟลุ๊คๆ ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ได้มา โดยไม่ต้องลงทุนลงแรง มันเป็นไปไม่ได้
          ยกตัวอย่างเช่น หินก้อนหนึ่งเมื่อทิ้งลงในน้ำ มันย่อมจมลงสู่ใต้น้ำ การที่คุณไปกราบ
อ้อนวอนขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ดลบันดาลให้มันลอยขึ้นมา ย่อมเป็นไปไม่ได้แน่นอน

          นกกระเรียนเอียงลาดมังกรพลิ้ว
          คนที่ไม่รู้จักประมาณตน ต่อให้นั่งบนหลังนกกระเรียนขาว เหาะเหิรสู่ท้องฟ้าก็น่าเป็นห่วง
เหมือนกัน การนั่งบนหลังมังกรเหิรฟ้า อาจลื่นไหลพลัดตกถูกคนสาปแช่ง ร้อยชาติพันภพ คนเรา
จะสูงค่าอยู่ที่รู้จักตนเอง อย่าหวังลมๆ แล้งๆ

          เป็นราชาร้อยปี อดีตมาหามีไม่
          ประวัติศาสตร์จีนยาวนานนับห้าพันปี ผ่านมาหลายราชวงศ์ และกษัตริย์อีกหลายพระองค์
มีกษัตริย์องค์ใดบ้างที่มีอายุยาวนานถึงร้อยปี สรรพสิ่งในโลกไม่เที่ยง ทุกสิ่งยุ่งเหยิงวุ่นวาย ทุกข์
ยากขมขื่นสารพัด ถึงที่สุดแล้วมีแต่ความว่างเปล่า อะไรบ้างที่เป็นของเรา จะมีก็แต่บุญกุศลที่เรา
เร่งสั่งสมเท่านั้น นี่คือการวางแผนการณ์ไกลให้ลูกหลาน