คนที่ปฏิบัติเซน จะมีธรรมธาตุอยู่ในจิต และมีนรกสวรรค์อยู่ในใจ
          
          แสงสว่างสาดส่องทั่วโลกธาตุ สัตบุรุษปุถุชนร่วมชายคา
          แสงของโพธิจิต เป็นปกติอยู่ทั่วทุกอณูของธรรมชาติ เฉกเช่นแสงพุทธธรรมสาดส่อง ไม่ว่า
จะเป็นปุถุชนคนธรรมดา หรือนักปราชญ์สัตบุรุษ ตลอดจนสรรพชีวิต ล้วนมีกายเป็นหนึ่งเดียวกับเรา
เป็นครอบครัวเดียวกัน

          พุทธศาสนาแบ่งสัตว์โลกออกเป็น ๑๐ ประเภทด้วยกัน เรียกโดยทั่วไปว่า "ธรรมธาตุ ๑๐"
อันมี พุทธะ โพธิสัตว์ ปัจเจก สาวก เทวดา มนุษย์ อสูร นรก เปรต และเดรัจฉาน 


          ในแต่ละวันจิตใจของคนเรา จะวนเวียนไปมาอยู่ในธรรมธาตุทั้ง ๑๐ นี้ไม่รู้ว่ากี่ครั้งกี่หน 
บางครั้งจิตคิดปรุงแต่งว่าเราจะทำงานเพื่อผู้อื่น จะเมตตากรุณาต่อผู้อื่น จะปล่อยวางไม่ทุกข์
ไม่วิตกกังวล ชั่วขณะนี้ แสงแห่งจิตเดิมแท้อันบริสุทธิ์ได้ส่องสว่าง สภาวะเช่นนี้คือสภาวะของ
โลกแห่งพุทธะหรือโพธิสัตว์

          แต่เพราะเหตุเพียงสิ่งเดียว ทำให้เกิดความไม่พึงพอใจ คิดอยากร่ำอยากรวย บังเกิดความ
ละโมบ ปากท้องเรียกร้อง ต้องการกินไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักอิ่ม อารมณ์โลภ โกรธ หลง เช่นนี้เป็น
การแสดงออกของจิตที่เป็นฝ่ายนรก เปรต เดรัจฉาน นั่นเอง!!!

          พฤติกรรมต่างๆ ที่ไม่เป็นไปในทางธรรม ย่อมส่งผลต่อจิตใจของเรา ซึ่งประกอบด้วยอารมณ์
แห่งธรรมธาตุ ๑๐ อันมี พุทธะ โพธิสัตว์ นรก เปรต เป็นต้น

          ไม่ฟุ้งชั่วขณะจิตบรรเจิด
          คนเราถ้าสามารถทำให้จิตใจไม่เกิดอารมณ์ฟุ้งซ๋านอันใดเลย การไม่เกิดเท่ากับเกิดทุกสิ่ง
เหมือนความว่างไร้นามรูป คือรูปนาม

          อายตนะ ๖ ขยับเมฆเคลื่อนบัง
          อายตนะ ๖ อันมี หู ตา จมูก ลิ้น กาย ใจ มันเหมือนโจรผู้ร้ายที่แฝงเร้นอยู่ในกายใจของเรา
วันทั้งวันตกอยู่ในความลุ่มหลง ฟุ้งเฟ้อ อยากได้อยากมี จมปลักอยู่ในความโลภ โกรธ หลง เช่น
สิ่งที่ไม่ควรดูก็ดู ที่ไม่ควรฟังก็ฟังไม่เลิก ที่ไม่ควรพูดก็พูดเพ้อเจ้อ ที่ไม่ควรคิดก็คิดเลอะเทอะ
เพ้อฝัน ที่ไม่ควรทำก็ทำเรื่อยเปื่อย

          จิตเดิมแท้ของมนุษย์ หรือธาตุแท้ของมนุษย์นี้ ได้ถูกเมฆดำแห่งอายตนะ ๖ บดบัง จึงต้อง
จัดการปราบปราม กำราบเจ้าโจรทั้ง ๖ ภายในใจเราให้อยู่หมัดเสียก่อน อย่าให้กาย วาจา ใจ 
เตลิดไปอย่างไร้สติ กำกับตรงนี้เป็นหัวใจสำคัญ เป็นเรื่องแรกที่ผู้ปฏิบัติธรรมทุกคนควรตระหนัก...